เคล็ดลับสุดยอด การเก็บเงิน โดยการแบ่งเงินใช้รายวัน ทำให้เรามั่นคงเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น

7 second read
0

เราทำงานที่โรงพย าบาลได้เกือบ ๆ ปี เราก็เปลี่ยนงานค่ะ

มาทำเอกชนแทน ลักษณะงานก็เปลี่ยนไป

ต้องปรับตัวนิดหน่อย ค่าตอบแทนสูงกว่ารัฐ ประมาณ 3 เท่า

งานไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ แต่เน้นการบริการมากกว่า

การแบ่งหน้าที่ การจัดการดีกว่าที่เดิมค่ะ

ช่วงที่เพิ่งเปลี่ยนงาน เราต้องวางแผนการเงินใหม่

เพรา ะรายได้เพิ่มขึ้น เราก็ต้องเก็บมากขึ้น

ตอนที่ทำงานอยู่โรงพย าบาล

เก็บเดือนละ 5,000 – 7,000 บาท (จากรายได้ หมื่นกว่าบาท)

ตอนนี้รายรับประมาณ 4x,xxx บาท เราเก็บโหดมากค่ะ

หั กไว้ 3 หมื่นบาท/เดือน ไว้เป็นเงินเก็บ ที่เหลือก็ใช้จ่าย

เป็นค่าอาหาร ค่าห้องพัก ค่าน้ำมัน

รวม ๆ แล้วก็ใช้ประมาณหมื่นกว่าบาท

ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ

กดเงิน 12,000 บาท

– ค่าใช้จ่ายรายวัน 120×30 = 3,600 (เหลือวันละ 10 – 90 บาท)

– ค่าห้อง รวมน้ำ ไฟ เน็ต = 5,000

– ค่าโทรศัพท์ = 500

– ค่าน้ำมัน = 250

– ของใช้อื่น ๆ = 1,000

ก็จะเหลือใช้อีกเกือบ 2,000 บาทค่ะ

เงินออมควรเติบโตตามรายได้

หลายคนอาจจะได้ยินบ่อย ๆ ว่า “เงินเดือนมากขึ้นรายจ่ายก็มากขึ้น”

หันไปทางไหนก็มีแต่รายจ่าย สิ้นเดือนมาก็ไม่มีเงินเก็บ

หันไปดูรอบ ๆ ตัวก็ไม่ได้สิ่งของที่เป็นชิ้นเป็นอันกลับมา

หากมีเงินเดือนเพิ่มขึ้นกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์

เ พราะเก็บเงินไม่อยู่ แม้ว่าเงินเดือนเรามากขึ้น

แต่เราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมก็ได้ ถือคติว่า

“อยู่เงียบ ๆ แต่เงินเพียบนะจ๊ะ” ดีกว่าเน๊อะ

ตอนนี้เข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ (ในภาคอีสาน)

สิ่งยั่วยุมันก็เยอะ ออกจากห้องเป็นต้องเสียเงิน

เราก็เลยจัดการการใช้เงิน โดยถอนแค่เดือนละ 1 ครั้ง

(เท่าที่จะใช้) ต้องบอกก่อนว่า เราทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

เป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อให้รู้ว่าเราใช้อะไรไปบ้าง เกินความจำเป็นรึเปล่า

แต่ตอนนี้มันอยู่ตัวแล้ว เราไม่ได้ทำบัญชีแล้วค่ะ

เ พราะคุมเงินอยู่แล้ว สำหรับคนที่อย ากรู้ว่า

เงินตัวเองหายไปไหนในแต่ละเดือน

ก็ต้องจดไว้ว่าจ่ายกับอะไรไปบ้าง เพื่อควบคุมรายจ่าย

หากเราทำเป็นกิจวัตร ก็จะรู้ว่าแนวทางการจ่ายเงิน

ของเราเป็นแบบไหน ก็จะจัดทำเป็นงบประมาณรายจ่ายได้

และอาจจะไม่ต้องจดบัญชีต่อไป แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

เช่น จากที่เคยอยู่กับพ่อแม่ก็แยกตัวออกมาอยู่ส่วนตัว

คนโสดก็อาจจะแต่งงานมีครอบครัว

หรือมีการหย่าร้างต้องดูแลลูกฝ่ายเดียว

ก็อาจจะต้องจดบัญชีรายรับ-รายจ่าย

เพื่อจะได้รู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองที่เปลี่ยนไป

จะได้คุมรายจ่ายของตนเองได้

เงินที่ถอนมาเราเน้นแบงค์ 100 กับ แบงค์ 20 ค่ะ

เนื่องจากเราต้องใช้เงินที่มีอยู่ในจำนวนที่จำกัด

จึงต้องคุมเข้มหน่อย อย ากสบายในอนาคตก็ต้องอดทน นี่คือปฏิทินเงินค่ะ

วิธีใช้ง่ายมากค่ะ ถ้าวันนี้วันที่ 1 ก็หยิบซองเลข 1 ไปใช้

ใช้ตามวันเลยค่ะ วันละ 120 บาทที่คำนวณไว้

ใช้กินได้อิ่มหนำสำราญค่ะ ข้าวพิเศษ 3 มื้อ

ยังได้เลย วันนึงก็ใช้ประมาณ 120 บาท

แต่เราซื้อข้าวถุงละ 8 บาทกับข้าว 25 บาท

(ได้เยอะมาก) เราก็แบ่งทาน 2 มื้อ ประมาณ 10 โมง

เช้ากับบ่าย 3 มื้อเย็นกินนมบ้างไม่กินบ้าง

ลดหุ่นไปในตัว เราจะได้สวยและรวยมาก

“เราทำงานเหนื่อยแล้ว ขอใช้เงินให้หายเหนื่อยหน่อยเถอะนะ,

จะให้เข้มงวดเรื่องการใช้เงินอีก มันบังคับตัวเองมากเกินไป,

ชีวิตนี้ก็เครียดมากพอแล้ว” หากคิดแบบนี้

พอถึงวันเงินเดือนออกเราก็จะจ่ายเงินจนหมด

จนบางครั้งไม่คิดจะออมเงินเก็บไว้เลย

ซึ่งแนวคิดแบบนี้ค่อนข้างอันตรายในระยะย าว

ลองคิดขำ ๆ ว่าหากเราเกิดป่วยด้วยโรคอะไรสักอย่าง

ที่ต้องนอนพักเป็นเดือน ๆ บริษัทจะยังจ้างเราอยู่ไหม

และหากเราไม่เก็บเงินเผื่อไว้ตอนป่วยหละชีวิตจะเป็นยังไง

รวมถึงค่าย า ค่ารักษาพย าบาลอีกจิปาถะ

จะนำเงินส่วนไหนมาจ่าย อย่ามองว่าคนที่มีระเบียบวินัย

เข้มงวดกับการเงินแล้วจะมีชีวิตลำบาก

ไม่มีความสุข ทั้งที่ความจริงแล้วเขามีความสุขที่เห็นเงินออมเติบโตขึ้น

เรามองว่าความสุขบางอย่าง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน

เช่น การมีเวลาให้ครอบครัว

การทำกับข้าวทานเองที่บ้าน การทำผักสวนครัวกับลูก ฯลฯ

พอกลับห้องก็เอาเงินที่เหลือเก็บแยกไว้

ไม่น่าเชื่อว่าเราเหลือเงินกลับห้องทุกวันค่ะ บางวันใช้แค่ 30 บาทเองนะ

พ่อกับแม่มีรายได้ประจำ ประมาณคนละ 5x,xxx / เดือนค่ะ

เราก็เลยซื้อของให้แทน เ พราะคุณแม่เค้า

จะไม่ค่อยซื้อของให้ตัวเอง เช่น โทรศัพท์

ใช้มาเป็น 10 ปี จนปุ่มลอกหมด หรือลำโพงเสีย

แบตเสื่อมก็ไม่เปลี่ยน ก็เลยซื้อเครื่องใหม่ให้ท่าน

กลับบ้านก็พาไปทานข้าว ซื้อเป็นสิ่งของให้แทนค่ะ

เพรา ะดูแล้วถึงให้เงินไปท่านก็คงไม่ใช้

และไม่ซื้อของให้ตัวเองด้วย ค่าโทรศัพท์เดือนนึงไม่เกิน

(รวมอินเตอร์เน็ต) 500 บาทค่ะ

ของฟุ่มเฟือยมีบ้างค่ะ จะเป็นพวกเสื้อผ้า รองเท้า แต่เราไม่ติดแบรนด์เนม

ซื้อให้ใส่แล้วดูดีก็พอค่ะ บางตัวซื้อมา 200

เพื่อนถามว่ากี่พันก็มีนะ แต่รองเท้าที่ใส่ทำงานเราจะเน้นคุณภาพ

ใส่สบาย และใช้ได้นาน ก็อาจจะแพงบ้างแต่นาน ๆ

ซื้อที เราพักอยู่คนเดียวค่ะ ทำงาน 11.00-20.00 น.

ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ เลิกงานห้างก็ทยอยปิดกันแล้ว

ถ้าอยู่คนเดียวไม่ค่อยทานข้าวในห้างนะคะ

แต่ถ้ากลับบ้าน ก็จะพาคุณพ่อคุณแม่ออกไปทานเสมอ

(กลับบ้านเดือนละครั้ง ครั้งละ 2-4 วัน)

เงินที่ใช้เกินจากเงินรายวัน ก็เป็นเงินที่แบ่งไว้

หรือเป็นเงินที่เหลือจากเงินรายวันค่ะ

หวังว่าบทความนี้ จะสร้างแรงบันดาลใจ

ให้ผู้อ่านได้นะคะ ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองนะ

ที่มา : pantip สมาชิกหมายเลข 1454716 ผ่าน aommoney.com

Load More Related Articles
Load More By adminnuy
Load More In คิดบวก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

นิสัย 5 อย่าง ของผู้หญิงหน้าตาธรรมดา แต่ดูมีเสน่ห์มาก ๆ เพรา ะสิ่งนี้

เกิดเป็นผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงาม และปรับเปลี่ยนตัวเองใ … …