เคล็ดลับ 5 ข้อ ช่วยปลดหนี้ได้ไว ชีวิตเป็นหนี้มันมีทางออกเสมอ แค่ทำตามนี้

18 second read
0

1. แยกประเภทหนี้ให้ถูกต้อง

ในกรณีที่มีหนี้สินหลายก้อน แนะนำให้เริ่มต้น

จากการจัดหมวดหมู่หนี้ออกมาเป็นประเภท

เพื่อเป็นการจัดลำดับหนี้สินที่มีอยู่

ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถตัดสินใจได้ว่า

หนี้ในส่วนไหนเป็นเงินคงค้างที่ต้องได้รับการชำระก่อน-หลัง

โดยคุณสามารถแบ่งแยกหนี้ที่มีออกเป็น 2 กลุ่มได้ดังนี้

หนี้ดี – หนี้ไม่ดี การปลดหนี้ด้วยการคัดแยกหนี้ดี

และหนี้ไม่ดี เป็นวิธีการจัดหมวดห มู่หนี้ไปพร้อมๆ

กับการเรียนรู้พฤติก ร ร มการใช้เงินที่

ก่อให้เกิดหนี้ตามมาได้ในทีเดียว โดยจะต้องจำแนกให้ได้ว่า

หนี้ที่มีอยู่หลายก้อนนั้นเป็นหนี้ที่สามารถ

สร้างรายได้กลับมาให้ในภายหลัง (หนี้ดี)

หรือเป็นหนี้ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ตามมาเลย (หนี้ไม่ดี)

ยกตัวอย่ างหนี้ทั้ง 2 รูปแบบ

เช่น หนี้จากการซื้อสินค้า เสื้อผ้า

หรือของใช้ต่างๆ ที่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตลอดไป

จนถึงการกินอาหารหรูมื้อละหลายร้อยบาท

ทั้งหมดนี้เป็นหนี้ไม่ดีที่เกิดจากความฟุ่มเฟือยของตัวเอง

ส่วนประเภทหนี้สินที่เกิดจากการลงทุน

อย่างการปล่อยเช่าอสังหาฯ

จะเป็นหนี้ที่จัดอยู่ในประเภทหนี้ดี

ที่สามารถสร้างรายได้จากค่าเช่า

ซึ่งช่วยในการผ่อนทรัพย์สินที่ซื้อมา แถมยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

ตามเวลาหากต้องการจะขายในภายหลัง

ก็ยังสร้างกำไรให้กับเจ้าของหนี้ได้อีกด้วย

จัดลำดับหนี้ตามอัตราการเสียดอกเบี้ย

หลังจากจำแนกหนี้ดี-หนี้ไม่ดีได้แล้ว

ก็ให้นำหนี้ทั้ง 2 ประเภทมา

จัดอันดับและแยกแยะเพื่อเข้าสู่

กระบวนการปลดหนี้ในขั้นต่อไป นั่นก็คือ การเรียงลำดับว่า

หนี้ก้อนไหนเป็นหนี้สินที่จะต้องเสียดอกเบี้ยมากที่สุด

ให้เริ่มปลดหนี้ส่วนนั้นก่อนเป็นอันดับแรก

เพื่อหยุดวงจรการทบต้นทบดอกของหนี้ที่เกิดขึ้น

ซึ่งจะช่วยทำให้ปลดหนี้ได้ไวยิ่งขึ้นด้วย

2. หยุดวงจรการสร้างหนี้

ในระหว่างที่ยังชำระหนี้เก่าไม่หมด

ก็ต้องหยุดการสร้างหนี้ใหม่ด้วย

มาตรการรัดเข็มขัดให้ตัวเอง

ซึ่งคุณสามารถศึกษาวิธีการ

ลด ละ เลิก การสร้างหนี้ได้ดังนี้

ตัดภาระรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

วิธีการหยุดวัฏจักรหนี้คงค้าง

สิ่งแรกที่ต้องเริ่มทำเลยคือ

การเริ่มต้นควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

โดยการหั่ นรายจ่ายต่างๆ

ที่เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยที่ทำให้กระแสเงินสดของคุณสะดุด

เช่น การชอปปิง, การสังสรรค์,

การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการช่วยปลดหนี้

เพรา ะคุณสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้

ในการปลดหนี้บางส่วนได้ก่อนที่ดอกเบี้ยจะบานปลาย

หยุดการใช้บัตรเครดิต

บัตรเครดิตถือเป็นตัวช่วยในการจับจ่าย

ใช้สอยสำหรับคนในยุคปัจจุบัน

แต่ด้วยรูปแบบการใช้งานที่แสนสะดวกสบาย

ใช้ผ่อนสินค้าง่าย แถมยังมีส่วนลดล่อตาล่อใจ

ทำให้บัตรเครดิตกลายเป็นตัวสร้างหนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ถ้าคุณมีบัตรเครดิตหลายใบและไม่สามารถ

วางแผนการใช้งานได้ แน่นอนว่า

จะสร้างหนี้เกินกว่าที่จะจ่ายไหว ดังนั้น

คุณจะต้องหยุดการใช้บัตรเครดิต

เพื่อเป็นการปลดหนี้บัตรเครดิตให้หมดไว

ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายให้ดีขึ้นได้ด้วย

ห้ามยุ่งกับการกู้หนี้นอกระบบ

แม้จะอยู่ในช่วงที่กระแสเงินสดขา ดมือมาก

ขนาดไหนก็ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการกู้หนี้นอกระบบเด็ดขา ด
เพรา ะการกู้หนี้นอกระบบจะทำให้

คุณเจอกับเจ้าหนี้ที่คิดดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎเกณฑ์

ทำให้หนี้สินที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้น

เกินกว่าความสามารถในการจ่าย

แถมยังเสี่ยงอันตรายกับการถูก

ตามทวงหนี้ด้วยวิธีนอกกฎหมายอีกด้วย

เลิกใช้วิธีหมุนเงินเพื่อโปะยอดหนี้

การยืมเงินจากเพื่อนอีกคนหนึ่งมา

โปะยอดหนี้ของเพื่อนอีกคนหนึ่ง

หรือการใช้วิธีถอนเงินสดจากบัตรเครดิต

ออกมาเพื่อใช้จ่ายหนี้อื่นๆ

ทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่วิธีที่ทำให้คุณปลดหนี้ได้

แถมยังมีโอกาสเพิ่มหนี้สินจากการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

ในส่วนที่หยิบยืมเงินจากอนาคตมาใช้

รวมถึงอาจทำให้เสียความเชื่อใจกับคนรอบข้างได้ด้วย

ดังนั้น การปลดหนี้ให้ได้ผลจึงควรเลิก

ใช้วิธีการหมุนเงินเพื่อโปะยอดหนี้คงค้างเดิม

แต่ควรจะเริ่มจากการลดค่าใช้จ่าย

และเริ่มปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ด้วยการ

วางแผนการชำระหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ปรับแผนทางการเงินใหม่

วิธีการที่จะช่วยทำให้ปลดหนี้ได้เร็ว

และยั่งยืนมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น

การเริ่มต้นปรับแผนทางการเงินใหม่

ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดหนี้

และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีแล้ว

ยังเป็นพื้นฐานของการวางแผน ทางการเงิน

ให้ชีวิตสามารถบรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งใจใน

ระยะย าวได้อีกด้วย โดยในบทความนี้จะขอหยิบยก

วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงิน

ที่จะช่วยทำให้คุณปลดเปลื้องภาระหนี้ที่มีอยู่ออกไปได้จน หมด

และสร้างวินัยทางการออมขั้นเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วย 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 วางแผนรายรับ-รายจ่าย

สาเหตุที่คนเรามักมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัว

เป็นเพรา ะมองไม่เห็นว่าในแต่ละเดือน

เราหมดเงินไปกับสิ่งต่างๆ มากน้อยแค่ไหน

ดังนั้น การเริ่มต้นปลดหนี้ด้วยการวางแผนรายรับ-รายจ่าย

จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้มองเห็นภาพกว้างมากขึ้นว่า

ในแต่ละเดือนควรสร้างสมดุลให้กับรายรับ

และรายจ่ายให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ด้วยการสร้าง 2 บัญชีหลักไว้สำหรับบันทึกค่าใช้จ่าย ดังนี้

บัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน

เป็นรูปแบบบัญชีที่ช่วยในการสำรวจตัวเองว่า

การใช้เงินในแต่ละวันเกินงบที่ตั้งไว้แต่แรกหรือไม่

มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เสียไปแบบเปล่าประโยชน์

เพรา ะพฤติก ร ร มแบบเดิมๆ หรือเปล่า

เช่น ค่าเครื่องดื่มอย่ างน้ำอัดลม

ชา กาแฟ ที่ต้องจ่ายวันละ 20-30 บาท ฯลฯ เงินจำนวนนี้

อาจจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยในแต่ละวัน

แต่เมื่อนำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวันมาดูพร้อมกัน

ก็จะเห็นความฟุ่มเฟือยที่อาจไม่จำเป็นเกิดขึ้นแบบซ้ำๆ

ซึ่งไม่เป็นผลดีสำหรับการปลดหนี้ เนื่องจากไม่สามารถลดรายจ่ายได้เลย

ดังนั้น บัญชีประเภทนี้จึงเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นว่า

คุณควรจะเริ่มปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายในแต่ละวันอย่ างไร

ถึงจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

บัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำเดือน

เป็นบัญชีภาพรวมที่จะทำให้มองเห็นค่า

ใช้จ่ายในแต่ละเดือนว่ามีสัดส่วนเป็นอย่ างไร

โดยต้องทำการแบ่งหมวดห มู่การใช้จ่ายเงิน

ในแต่ละเดือนเอาไว้ว่า มีรายรับและรายจ่ายอะไรที่หมุนเวียนในเดือนนั้นๆ บ้าง

และควรลดสัดส่วนการใช้จ่ายตรงไหน

ถึงจะสามารถหั กลบกลบกับหนี้ที่มีได้ทันกับเวลาที่กำหนด

ขั้นที่ 2 ตั้งเป้าหมายทางการเงิน

ปกติแล้วจะเป็นการวางแผนเพื่อการออมเงิน

แต่สำหรับคนที่ยังมีหนี้ การตั้งเป้าหมายในครั้งนี้

อ าจจะเป็นการตั้งเป้าการชำระหนี้ให้ครบโดยเร็ว

ซึ่งอาจใช้การกำหนดเวลาช่วยด้วยก็ได้

เช่น มีหนี้อยู่ทั้งสิ้น 1 ล้านบาทต้องการชำระให้หมดภายใน 2 ปี

การตั้งเป้าแบบนี้ก็จะช่วยทำให้คุณมองเห็นว่า

หากต้องการใช้หนี้จำนวนนี้ในระยะเวลา 2 ปี

ในแต่ละเดือนควรจะเริ่มทำอะไรบ้าง

ซึ่งอาจจะเริ่มวางแผนการเก็บเงินให้ได้เดือนละ

42,000 บาทด้วยวิธีการต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง,

การลงทุนในกองทุนรวม หรือการหารายได้

เสริมที่นอกเหนือไปจากเงินเดือน เป็นต้น

ขั้นที่ 3 รู้จักการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ

การลงทุนก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วย

ทำให้คุณบรรลุเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ไวขึ้น

โดยอาจจะแบ่งหนี้ที่สามารถชำระได้ในระยะย าวออกมา

และคำนวณดูว่า การลงทุนแบบไหน

ที่จะสามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอจะชำระหนี้ก้อนนี้ได้บ้าง

แต่ก็อย่ าลืมว่าการลงทุนมาพร้อมกับความเสี่ยง

ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุน

เท่าที่รับไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้เวลาศึกษาสำหรับผู้เริ่มต้นการลงทุน

4. รู้จักวิธีช่วยลดหนี้ หากพูดถึงหนี้สิน

แน่นอนว่า ต้องมาพร้อมกับดอกเบี้ย

ที่ถ้าปล่อยไว้เรื่อยๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่

ซึ่งในหัวข้อนี้จะขอแนะนำให้รู้จักกับวิธีการ

ลดภาระ ด อ ก เบี้ยจากการรีไฟแนนซ์ (R e f i n a n c e )

ที่เป็นวิธีการชำระเงินกู้เดิมด้วยเงินกู้ใหม่

และใช้สินทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน โดยสามารถทำได้

จากการขอกู้เงินจากสถาบันการ

เงินแห่งใหม่เพื่อนำไปปลดภาระเงินกู้เก่าที่มีอยู่

เช่น คนมีบ้านอาจจะเลือกใช้ตัวช่วยลด

หนี้อย่างการรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งเป็นวิธีการช่วยลดอัตรา ด อ ก เบี้ย

เพิ่มระยะเวลาการกู้ และจ่ายค่างวด

ในการผ่อนบ้านน้อยลงกว่าเดิม ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ

ที่จำเป็นได้มากขึ้น สามารถนำไป

หมุนเวียนใช้จ่ายหรือหมุนเวียนในธุรกิจได้ต่อไป

5. เข้าไปคุยกับธนาคาร

เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องอย่ ากลัวที่จะเผชิญหน้า

กับเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การเลือกเข้าไปคุยกับธนาคาร

จึงถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อขอประนอมหนี้

และทำการตกลงกับทางธนาคารในการปลดหนี้ที่มีทั้งหมดใหม่

เช่น การขอปรับลดดอกเบี้ยชั่วคราว,

การขอจ่ายแค่ดอกเบี้ยชั่วคราว, การขอหยุดชำระหนี้ชั่วคราว ฯลฯ

เพื่อเป็นการคืนสภาพคล่องทางการเงิน

และตั้งหลักได้ง่ายขึ้น ซึ่งการพิจารณาประนอมหนี้ทั้งหมด

จะแล้วแต่กรณีและขึ้นอยู่กับทางธนาคารว่า

จะเริ่มต้นปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรได้บ้าง

เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นให้ก่อนในระยะสั้น

แต่อย่างไรก็ตามคุณจะต้องหาวิธีปลดหนี้ให้ได้จนกว่าจะสำเร็จ

เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นศาลและการถูกฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

ขอบคุณ : b l o g . g h b a n k

Load More Related Articles
Load More By adminnuy
Load More In คิดบวก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

10 วิธีคิด ให้ชีวิตนี้เรา ได้ค้นพบสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต เรื่อยไป (เขียนไว้ดีมากๆ)

How To Think Positive. 1. “Always look on the bright si … …