9 ข้อ ฝึกทำใจ ของเหล่าคนที่อยู่เป็น หยุดตัวเองให้ได้ ก่อนคิดทำผิด

0 second read
0

นี่คือวิธีการฝึกจิต ป้องกันไม่ให้กิเลสปรากฏตัวออกมาเป็นคำพูดหรือการกระทำ

จะช่วยให้เราสามารถจับจิตเอาไว้ได้ง่ายขึ้น

เมื่อความโลภ ความโกรธ และความหลงปรากฏตัวออกมาย ากขึ้น

ก็จะช่วยส่งเสริมให้เราทำสิ่งที่ดีจนเป็นนิสัย มาดูวิธี ฝึกจิต ทั้ง 9 ข้อกัน

1. ฝึกจิต ควบคุมความอย าก

หากเราให้แรงดึงดูดที่เป็นความโลภทำงาน จิตจะปั่นป่วน

และแรงใจในการทำงานก็จะหยุดชะงักลง สิ่งสำคัญในการฝึกจิต

คือ การเข้าใจถึงเหตุและผลนั้น แล้วตั้งใจตรวจดูจิต

ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ความโลภบุกรุกเข้ามาได้

2. ควบคุมความโกรธ

หากเราให้ความโกรธเป็นพลังในการทำงาน เราก็จะรู้สึกกระวนกระวายใจ

แล้วภายในร่างกายก็จะเต็มไปด้วยสารพิ ษ กลายเป็นแหล่งที่จะดึงเอาความทุกข์ทั้งหมดที่มีเข้ามา

กล่าวได้ว่า ความโกรธนี้แหละที่เป็นกิเลสตัวแรกเลยที่ควรระวังและควรขจัดออกไปจากเรา

3. มองให้เห็นความเป็นจริง

เมื่อพลังที่จะทำให้ความหลงทำงานเกิดขึ้น จิตจะออกห่างจาก “ขณะปัจจุบัน”

แล้วกระจัดกระจายไปที่โน่นที่นี่ และกลายเป็นแหล่งเพาะความโลภและความโกรธ

การจะจับเอาชั่วขณะที่พลังงานนี้เกิดขึ้นเอาไว้ได้ จำเป็นจะต้องมีความใส่ใจที่ละเอียดมาก

หากเรารู้ตัวแล้วป้องกันเอาไว้ได้ จิตที่มีความสงบเป็นปกติ ไม่สั่นไหว และแจ่มชัดก็จะเติบโตขึ้น

4. ไม่โกหก

การโกหกเกือบทั้งหมด เป็นไปเพื่อทำให้ความต้องการของตนเองบรรลุผล

ดังนั้น เมื่อโกหก พลังงานที่เป็นความต้องการก็จะถูกกระตุ้น และมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

หากเราโกหกแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะต้องโกหกซ้ำอีกในครั้งต่อไป

เพื่อไม่ให้ความจริงถูกเปิดเผย และในแต่ละครั้งที่โกหก

สิ่งที่ผิดไปจากความเป็นจริงก็จะถูกใส่ลงไปในจิตใต้สำนึกทุกครั้ง

เมื่อทำซ้ำ ๆ จิตจะยิ่งสับสนวุ่นวายยิ่งขึ้น ทำให้ความสามารถในการควบคุมตนเองลดน้อยลง

สูญเสียสมาธิและความสามารถในการตัดสินใจไปทีละนิด

5. ไม่นินทา

หากเรานินทาใครสักคนที่ไม่อยู่ในสถานที่นั้น จิตก็จะปั่นป่วนด้วยพลังงานความโกรธ

แทนที่จะเป็นการระบายความเครียด แต่กลับกลายเป็นการทำ

ให้ความเครียดที่ซ่อนตัวอยู่เพิ่มปริมาณมากขึ้น

อีกทั้ง เมื่อมองจากแง่ของการประมวลผลข้อมูลของจิตแล้ว

การที่เราจำเป็นต้องพูดเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เมื่อมีอีกฝ่ายอยู่ด้วยนั้น มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของพลังงานความหลง

ซึ่งเกิดจากความสับสนวุ่นวายของห่วงโซ่ข้อมูล

6. ไม่วิพากษ์วิจารณ์

เมื่อเรามีการวิพากษ์วิจารณ์ “ทิฏฐิ” ซึ่งเป็นการยึดติดกับความคิดของตนก็จะถูกกระตุ้น

และพลังงานความโลภที่บอกว่า “ฉัน และฉัน” ก็จะเพิ่มขึ้น

และเนื่องจากมีความรู้สึกที่เป็นการโจมตีฝ่ายตรงข้ามเข้ามาร่วมด้วย

พลังงานความโกรธก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

การพูดเรื่องที่ไม่ดี หรือเขียนสิ่งที่ไม่ดี เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองรู้สึกไม่พอใจ

ภาพยนตร์ที่คิดว่าน่าเบื่อ เพลงหรือหนังสือที่ไม่ชอบ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยบนโลกใบนี้

แต่นั่นเป็นเพียงการกระทำที่ทำให้ตัวเราแปดเปื้อนและดูน่ารังเกียจ ด้วยความโลภและความโกรธ

7. ไม่พูดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์

การพูดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการพูดโอ้อวดตน

แม้ว่าฝ่ายที่พูดจะรู้สึกสนุก แต่ฝ่ายที่ฟังมักจะรู้สึกทรมาน

เมื่อเราเล่าเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ เรามักพูดไปเรื่อย ๆ โดยไม่คำนึงถึงว่า

ในบทสนทนานี้ เราจำเป็นต้องถ่ายทอดอะไรออกไป

หรืออีกฝ่ายได้ฟังเรื่องแบบใดจึงจะรู้สึกสนุก นี่เป็นการแพร่ข้อมูลออกไป

โดยปราศจากการตรวจสอบหรือควบคุมให้ดี

ผลคือความสามารถในการควบคุมตนเองจะลดลง และทำให้พลังงานความหลงเพิ่มขึ้นด้วย

8. ไม่นอกใจ

การนอกใจ มีที่มาจากพลังงานความโลภที่มีมากเกินไป

จึงทำให้ไม่สามารถรู้สึกพอใจกับคนรักเพียงคนเดียวได้

นอกจากนี้พลังงานความหลงที่ไม่สามารถจดจ่ออยู่ที่คนคนหนึ่งได้

ทำให้หลงไปทางนั้นที ทางนี้ที จิตใจไม่มั่นคง

การคบซ้อนเท่ากับเป็นการหั กหลังอีกคนหนึ่ง ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

จะส่งผลให้จิตใจไม่มีความสงบ สูญเสียความมั่นใจ

และยังเป็นการสร้างความโกรธแค้น, ความเศร้าเสียใจ ให้อีกฝ่ายด้วย

9. ไม่ฆ่ าสิ่งมีชีวิต

สาเหตุที่การไม่ฆ่ าสิ่งมีชีวิต เป็นกฎสำหรับควบคุมตนเองที่สำคัญ

เ พราะการฆ่ าสิ่งมีชีวิต ต้องใช้พลังงานความโกรธที่รุนแรงเป็นอย่างมาก

ยิ่งถ้าสิ่งมีชีวิตที่เราจะฆ่ าเป็นมนุษย์ พลังงานความโกรธที่รุนแรงมากเป็นพิเศษ

จะถูกเรียกตัวมารวมกัน แต่ความจริงแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นยุงหรือแมลงสาบก็ไม่แตกต่างกัน

พลังงานความโกรธจะถูกกระตุ้นว่า “สิ่งมีชีวิตนี้ฉันเกลียดนี่นา

เกะกะขวางทางฉันเสียจริง สิ่งมีชีวิตแบบนี้น่าจะต ายไปซะ ไม่สิ…มันสมควรต าย”

ความคิดแบบนี้จะทำให้ความดำมืดกัดกินจิตใจ

และพัฒนาไปจนสามารถปลิดชีวิตของสัตว์ที่ใหญ่กว่านี้ได้ โดยไม่รู้สึกผิดบาปอะไร

ในที่สุดความอำมหิตก็จะยึดแน่น จนย ากเกินกว่าจะถอนออกได้

การเปลี่ยนความคิดจาก “เดี๋ยวฆ่ าซะเลย” เป็น “ช่วยไปที่อื่นหน่อยได้ไหม”

จะทำให้พลังงานความโกรธลดลง ทำให้จิตใจผ่อนคลายขึ้น

และการทำเช่นนี้จะก่อให้เกิดนิสัยที่ดีงามตามมา

Load More Related Articles
Load More By adminnuy
Load More In รู้ทั่วไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

วิธีง่าย ที่จะช่วยเคลียร์หนี้สินได้จริง คุณจะหลุดพ้นจากวงจรหนี้ (ลองทำดูนะ)

การใช้ชีวิตในแต่ละวัน แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เงินทองนั … …